วัดอันเป็นมงคลนาม
/
ในเทศบาลนครเชียงราย

วัดมุงเมือง

Total
0
Shares
Views

วัดมุงเมือง

วัดมุงเมือง ตั้งอยู่บนถนนอุตรกิจ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

| ประวัติ |

วัดมุงเมืองไม่ปรากฏปีที่สร้าง

วัดมุงเมือง หมายถึงวัดที่มุง (คลุม) เมืองเชียงรายไว้ เปรียบเสมือนหลังคาที่คุ้มครองเมืองเชียงราย\n\nแต่เดิมวัดมุงเมืองเคยเป็นวัดร้าง และได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ในราวปี พ.ศ. 2386 ซึ่งเป็นยุคที่พระเจ้าพุทธวงศ์เจ้าหลวงเชียงใหม่ มีดำริในการฟื้นฟูเมืองเชียงราย หลังจากที่ร้างมานาน และให้เจ้าธรรมลังกาเป็นเจ้าหลวงเมืองเชียงราย ในยุคนี้ในเมืองเชียงราย มีการบูรณปฏิสังขรณ์มากมายทั้งวัดร้าง กำแพงเมือง เคหสถาน เป็นต้น วัดมุงเมืองสันนิษฐานว่าน่าจะเริ่มบูรณปฏิสังขรณ์ในยุคนี้เช่นกัน

| อุโบสถวัดมุงเมือง |

อุโบสถวัดมุงเมืองเป็นศิลปะล้านนาประยุกต์ กล่าวคือ เป็นอาคารสูงแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่นิยมสร้างในภาคกลาง ต่างจากศิลปะล้านนาแบบดั้งเดิม แต่ยังคงประดับตกแต่งแบบล้านนาด้วยเครื่องไม้สลักลงรักปิดทอง ได้แก่ โก่งคิ้ว ระหว่างเสามีค้ำยัน หรือหูช้าง ป้านลมโค้งอ่อนแบบล้านนาเน้นระนาบเอนของตับหลังคา โครงสร้างหลังคาซ้อนกัน 3 ชั้น (ตับ) กระเบื้องมุงหลังคาเป็นแบบดินเผาเคลือบ ช่อฟ้าเป็นรูปปากนกปลายงอน ป้านลมปลายเป็นรูปพญานาค หน้าแหนบและหน้าแหนบปีกนก ทำเป็นช่องลูกฟัก ด้านล่างโก่งคิ้วระหว่างเสาวิหารทำเป็นรูปเศียรพญานาค ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบอุโบสถ และวิหารอื่นๆในเมืองเชียงราย

บันไดทางขึ้นมีรูปปั้นพญานาค 3 เศียร ไม่มีมกรคายนาค ภายในวิหารมีการออกแบบลายเพดานเป็นลวดลายยันต์โบราณของล้านนา ที่หาชมได้ยาก พระพุทธรูปองค์ประธานในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะสุโขทัย ปางสมาธิ ขัดสมาธิราบ ส่วนบัลลังก์ไม่มีบัวคว่ำบัวหงาย

| เจดีย์วัดมุงเมือง |

เจดีย์วัดมุงเมืองตั้งอยู่ด้านหลังอุโบสถ เป็นเจดีย์องค์ใหม่ ที่ทางวัดได้รื้อถอนเจดีย์องค์เก่า และสร้างเจดีย์องค์ใหม่ขึ้นมาแทน

รูปแบบเจดีย์องค์ปัจจุบัน เป็นแบบร่วมสมัย ขนาดสูงประมาณ 30 เมตร จากรูปแบบโดยรวมแล้ว น่าจะประยุกต์มาจากเจดีย์ทรงปราสาทยอดเดียวแบบล้านนา เนื่องจากมีการทำซุ้มโขง (ซุ้มจระนำ) ประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ด้าน แต่ ที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษคือ มีการประดับซุ้มโขง (ซุ้มจระนำ) ด้วยพญานาค และที่มุมฐานเจดีย์ทั้ง 4 มีรูปคชสีห์ประดับอยู่ด้วย

คชสีห์เป็นสัตว์หิมพานต์ ที่มีกายเป็นสิงห์และมีช่วงหัวเป็นช้าง ตามตำรากล่าวว่าคชสีห์มีพลังเทียบเท่าช้างและสิงห์รวมกัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นสัตว์ที่น่าเกรงขาม การประดับสัตว์หิมพานต์ ที่มุมเจดีย์นี้คงสร้างตามความเชื่อเรื่องไตรภูมิที่ว่า ป่าหิมพานต์อยู่ในชมพูทวีป อันมีเขาพระสุเมรุ (เขาสิเนรุราช) เป็นศูนย์กลางจักรวาล

| พระเจ้าสองสี |

ภายในกุฏิเจ้าอาวาส ประดิษฐานพระเจ้าสองสีเป็นพระพุทธรูปที่ได้รับ อิทธิพลศิลปะของสุโขทัย เนื้อทองสำริดสองกษัตริย์ เป็นพระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่สักการะของชาวเชียงรายมาแต่ช้านาน และเป็นพระพุทธรูปที่มีประวัติเรื่องปาฏิหาริย์ กล่าวคือ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีการทิ้งระเบิด ทั่วเมืองเชียงรายระเบิดที่ตกลงมาในวัดมุงเมืองหลายลูก แต่ระเบิดไม่ทำงาน และยังมีการเผาวัดมุงเมืองหลายครั้งแต่ไฟก็ไม่ไหม้ จนทำให้ประชาชนเคารพเลื่อมใส ในความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าสองสีเป็นอันมาก นับตั้งแต่นั้นมา

พระเจ้าสองสีเป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะ สุโขทัย แบบเชียงแสนสิงห์สาม นิยมสร้างในช่วงยุคทองของล้านนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 พระพุทธรูปในกลุ่มนี้ได้แก่ พระพุทธรูปที่แสดงลักษณะของ อิทธิพลศิลปะสุโขทัย ซึ่งนิยมเรียกว่า “แบบเชียงแสนสิงห์สาม” โดยใช้ข้อสังเกตที่ว่า เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบพระพักตร์รูปไข่ ขมวดพระเกศาเล็ก พระรัศมีเป็นเปลว ชายสังฆาฏิยาวลงมาจรดพระนาภี รูปเขี้ยวตะขาบของชายจีวรยังอยู่ พระพักตร์รูปไข่ เกิดจากพระนลาฏที่แคบลงจากเดิมในยุคล้านนานี้ได้พัฒนารูปแบบจนเกิดเป็น ลักษณะเฉพาะ คือ การทำพระเนตรเปิดกว้าง มองตรง พระโอษฐ์ยิ้มและเกือบเป็นเส้นตรง ต่างจากสุโขทัยที่หยักเป็นคลื่น

Total
0
Shares
Views
Read More
เดินทางสะดวกสบาย
เดินทางไม่สะดวกสบาย
เปิด-ปิด เวลาราชการ
เสียค่าเข้าชม
แท็กซี่ เข้าถึงได้
แนะนำให้เที่ยวชม
ไม่เสียค่าเข้าชม